ตอนที่ 9
ลูกศรมาค้างกับมุนินทร์ที่คอนโดฯ เห็นรูปเพื่อนกับแฝดน้องวางอยู่คู่กัน บอกว่าหน้าเหมือนกันมาก
“เราสองคนไม่เหมือนกันเลยต่างหาก”
“แปลกนะ ฉันรู้จักเธอมาเกือบสิบปี แทบไม่เคยได้ยินเธอเล่าเรื่องมุตตาให้ฟังเลย”
“เพราะฉันกับตาไม่สนิทกันเลยน่ะสิ ทั้งๆที่เราควรสนิทกัน คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แต่ฉันกลับปล่อยให้ตาเผชิญกรรมอยู่คนเดียว”
“นี่ตากลับไปอยู่เพชรบูรณ์กับพ่อแม่เหรอ”
“ใช่...และจะไม่กลับมาอีกแล้ว”
ลูกศรเข้าใจว่ามุตตากลับไปอยู่กับพ่อแม่จริง มุนินทร์ยิ้มขื่น น้ำตารื้นขึ้นมา คิดถึงน้องสาวจับใจ
กลางดึกคืนนั้น...มุนินทร์ฝันถึงเหตุการณ์ที่บึงบัว เห็นตัวเองยื้อแย่งมงกุฎดอกไม้กับมุตตา จนแฝดน้องเสียหลักพลัดตกน้ำ เธอกระโจนตามลงไปช่วยแต่หาน้องไม่เจอ...หญิงสาวผวาตื่นมาดิ้นรน น้ำตาไหลคลอ ลูกศรโผมาจับตัวเพื่อนอย่างเป็นห่วง ขยับตัวเปิดไฟหัวเตียง เห็นเพื่อนหอบ หน้าซีดตัวสั่นเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง
“รู้ไหมศร ฉันเคยฝันเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีช่วงหลังนี่ที่ฉันไม่ฝันอีก คิดว่ามันจะหายไป แต่วันนี้มันกลับมาอีก”
“ฝันร้ายอะไรของเธอ...นิน”
“ฝันถึงเด็กสองคนพี่น้อง ที่ควรจะรักกัน ใกล้ชิดยิ่งกว่าเพื่อนสนิทคนไหน แต่แล้วเพราะการเลี้ยงดูผิดๆ เพราะโชคชะตา หรือไม่ก็เพราะเคราะห์กรรมของเด็กสองคนนั้นเองที่ทำให้จงเกลียดจงชังกัน...ยังดีที่ไม่ถึงกับเป็นศัตรูคู่อาฆาต”
มุนินทร์เล่าด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจ ลูกศรบีบมือเพื่อนอย่างปลอบใจ มุนินทร์เหม่อมองไปที่ภาพตัวเองกับแฝดน้องที่วางอยู่ข้างกัน เอ่ยปากเล่าเรื่องในวัยเด็กให้เพื่อนฟังเป็นครั้งแรก
สมัยฝาแฝดยังเด็ก...แปลกกับพิณเปิดร้านกาแฟเล็กๆในตลาด สองพี่น้องเป็นแฝดหน้าเหมือนที่มีบุคลิกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง มุตตา แฝดน้องผมตรงยาว
ผิวผุดผ่อง หน้าตาน่ารัก ว่านอนสอนง่าย เป็นที่รักของพ่อแม่และทุกคนรอบข้าง มุนินทร์ แฝดพี่ผม
หยิกยาว ตัวดำ หน้าตามอมแมม ทั้งซนและดื้อ ไม่เคยยอมใคร โดนพ่อกับแม่ดุและตีอยู่เป็นประจำ ครั้งหนึ่งมุนินทร์ทะเลาะแย่งตุ๊กตากับมุตตาจนหัวตุ๊กตาหลุด
มุตตาร้องไห้จ้า แปลกตีแฝดพี่ด้วยไม้เรียว พิณดุซ้ำด้วยความโมโห
“ยายนิน...ทำไมแกดื้ออย่างนี้นะ จำใส่กะโหลกไว้นะยะ เด็กดื้อน่ะ ไม่มีใครรักหรอก”
เล่ามาถึงตรงนี้ มุนินทร์น้ำตาคลอเบ้า ย้ำเสียงสั่นเครือ
“และเด็กคนพี่ก็เชื่ออย่างนั้น เพราะทุกคนดูเหมือนจะทุ่มเทความรักไปให้น้องสาวจนหมด...วัยเด็กจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของตา ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาเลวร้ายของฉัน”
มุนินทร์เล่าต่อไปเรื่องเหตุการณ์ที่บึงบัว แม้สุดท้ายเธอจะช่วยน้องสาวขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จแต่ก็ยังโดนแม่กับน้องสาวค่อนแคะอยู่ดีว่าเป็นพี่ใจยักษ์ พ่อพยายามพูดแก้ต่างให้ แต่เธอก็ฝังใจว่าเป็นความผิดของตัวที่ผลักน้องตกน้ำเกือบตาย
“ยายตา...จำได้แต่ว่าฉันเป็นคนผลักแกลงน้ำไป”
“แต่เธอเองก็ควรจะจำด้วย...ว่าเป็นคนช่วยให้ตาอยู่รอดปลอดภัยมาได้จนทุกวันนี้”
“รู้ไหมศร ทุกครั้งที่ฉันฝัน ฉันจะฝันแต่ว่าฉันเป็นคนผลักตาลงไป...ตากำลังจะตาย ฉันไม่เคยฝันจนถึงตอนที่ฉันช่วยแกขึ้นมาเลย ทุกครั้งที่สะดุ้งตื่น ฉันจะรู้สึกแต่ว่าฉันเป็นคนฆ่าตา...ฉันเป็นคนฆ่าตา”
“ท่าทางจะกู่ไม่กลับแล้ว ไม่เป็นไร ฉันมีตัวช่วย”
ลูกศรออกจากห้องนอน กลับมาพร้อมขวดยานอนหลับและอัลบั้มรูปของเพื่อนกับวีกิจที่ชายทะเล บอกยิ้มๆว่ายาช่วยให้หลับแต่อัลบั้มรูปช่วยให้ฝันดี มุนินทร์พลิกดูภาพชายหนุ่มส่งยิ้มอย่างหวังดีก็ยิ่งเศร้า
“ไม่หรอกศร มันก็เหมือนกับตอนที่ฉันเป็นเด็ก ทุกคนรักมุตตา ไม่มีใครรักมุนินทร์”
“พูดอะไร ไม่เอาละ ฉันไปนอนแล้ว”
ลูกศรปิดไฟ ล้มตัวลงนอนต่อ มุนินทร์ยังนอนไม่หลับ นึกถึงวีกิจ พึมพำเบาๆ
“ทุกคนรักมุตตา ไม่มีใครรักมุนินทร์...คุณเองก็เหมือนกันใช่ไหม...วีกิจ”
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น...มุนินทร์ไปทำงานตามปกติ ลูกศรแวะมาหาที่ห้อง คุยหยอกล้อกันเรื่องณัฐดนัยเจ้านายหนุ่มไฟแรงที่ลูกศรแอบชอบอยู่ มุนินทร์บอกว่าชายหนุ่มไม่ใช่สเปก ลูกศรสงสัย...แล้วชายหนุ่มแบบไหนที่เพื่อนชอบ
มุนินทร์ไม่ตอบเพื่อนแต่เผลอกดเบอร์วีกิจแล้วกดทิ้งทันทีเหมือนที่เคยทำหลายวันที่ผ่านมา ณัฐดนัยเข้ามาเชิญเธอออกไปคุยงานด้านนอก หญิงสาววางมือถือที่โต๊ะแล้วก้าวตามเจ้านายหนุ่มไป ลูกศรหน้าหงิก เซ็งที่ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะทัก เห็นมือถือเพื่อนเลยคว้ามากดดู เห็นเบอร์ เบอร์หนึ่งโชว์หราอยู่ มีร่องรอยโทร.ออกแล้วกดทิ้งหลายรอบ นึกสังหรณ์ใจ ลองโทร.ออก มีเสียงวีกิจตอบรับ ลูกศรตาโต เงยหน้ามองมุนินทร์ที่กลับเข้ามายิ้มๆ บอกวีกิจเสียงใสว่ามีคนอยากคุยด้วย มุนินทร์มองเพื่อนตาเขียว เดินปั้นปึ่งมารับโทรศัพท์ พูดฮัลโหลเสียงเรียบ
“ตา...คุณเองหรือฮะ”
“ฉันเองค่ะวีกิจ ขอบคุณที่ยังจำเสียงฉันได้”
“ถ้าคุณหายไปแบบนี้อีก อีกหน่อยผมคงจำเสียงคุณไม่ได้เหมือนกัน นี่คุณหายไปตั้งครึ่งค่อนเดือน ทำตัวลึกลับเป็นนินจาอีกแล้ว”
ลูกศรนั่งเล่นไอแพดบนโซฟาที่มุมห้อง แกล้งทำเป็นไม่สนใจแต่แอบเงี่ยหูฟังเพื่อนแก้ตัวกับชายหนุ่มว่าหายไปเพราะยุ่งกับงานและสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ
“ดีแล้วที่คุณได้งานใหม่ จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ซะที”
“ยังหรอกค่ะ ฉันยังเริ่มต้นชีวิตใหม่ไม่ได้หรอก เพราะยังมีเรื่องเก่าๆต้องสะสางอีกเยอะเหลือเกิน”
“เรื่องเก่าๆนี่รวมเรื่องอาภพด้วยหรือเปล่าฮะ”
“เรื่องเก่าๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องอาภพของคุณต่างหากค่ะ”
วีกิจถามมุนินทร์เรื่องงานใหม่ หญิงสาวมีท่าทีอึกอัก เขานึกรู้ว่าเธอมีบางอย่างปิดบัง นัดเธอออกมาเจอตอนเย็น หญิงสาวรับปากง่ายๆ แล้วกดวางสาย หันมามองเพื่อนตาเขียวที่เจ้ากี้เจ้าการ ลูกศรแซวยิ้มๆ
“ก็แค่เนี้ยเองยายนิน ไม่รู้กลัวอะไรอยู่”
“ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย แต่ไม่รู้ว่าถ้าคบกันต่อไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น”
“ไม่ลองก็ไม่รู้ โธ่เอ๋ย...ทำตัวเป็นนางเอกหนังไทยที่มีแต่ฟอร์มไปได้ ต้องทุรนทุรายจะตาย ถึงสารภาพรักกันได้”
มุนินทร์หลบตา เขินที่เพื่อนพูดแทงใจดำ ก้มดูโทรศัพท์นิ่ง ลูกศรรู้ว่าเพื่อนอ่อนลงแล้ว บอกยิ้มๆ
“แล้วก็เมมเบอร์ได้แล้ว แล้วตั้งเป็นเบอร์โทร.ออกสำคัญเบอร์หนึ่งเลยนะ”
ooooooo
มุนินทร์ไปพบวีกิจที่ร้านอาหารริมน้ำตามเวลานัดหลังเลิกงาน ชายหนุ่มหน้าเครียด กดเซฟเบอร์มือถือมุนินทร์ในชื่อมุตตา มองหญิงสาวในลุคสาวทำงานมาดเนี้ยบและข้าวของที่เธอใช้อย่างจับสังเกต
“คุณเปลี่ยนเบอร์ใหม่ แล้วเบอร์เก่าล่ะฮะ”
“ฉันเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกถึงตา...ตาคนเดิมน่ะค่ะ”
“เบอร์ใหม่ แล้วก็สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ด้วย ผมยังใช้โทรศัพท์รุ่นเก่าเหมือนเดิม”
“ของที่มันเรียบง่ายไม่ซับซ้อน...มันอาจจะดีกว่าก็ได้ค่ะ”
“เหมือนกับชีวิตคนใช่ไหมฮะ”
มุนินทร์ไม่ตอบ เสเดินกลับไปที่โต๊ะ สั่งเบียร์ให้ตัวเองกับชายหนุ่ม เขามองเธออย่างแปลกใจ มุตตาคนนี้เปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน
“ผมไม่ยักรู้ว่าตาดื่มเบียร์ด้วย”
“หมดยุคเบญจกัลยาณีแล้วค่ะ ผู้หญิงยุคนี้ควรดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็น”
“ขอค้านได้ไหมฮะ เวลาผู้หญิงเมาเป็นลำยองน่ะ น่าเกลียดออก”
“ฉันบอกว่าควรดื่มเป็นต่างหาก ถ้าดื่มจนเมาปลิ้นก็แปลว่าดื่มไม่เป็น ทำไมรู้ไหมคะ...เพราะถ้าดื่มเป็นจะได้ไม่ถูกคนเลวๆ มอมเหล้าเข้าม่านรูดได้ง่ายๆ น่ะสิคะ”
วีกิจถามหญิงสาวเรื่องงานใหม่ มุนินทร์ไม่ยอมเล่าอะไรมาก ถามเขาเรื่องที่เธอนัดเจอเจนภพจนนพนภาตามไปอาละวาด เปรยยิ้มๆถึงปริมกับรัชนกว่าทำหน้าที่โฆษกกระทรวงได้ดี วีกิจหน้าเคร่ง ถามถึงเหตุผล หญิงสาวบอกเพียงว่ามีเรื่องจะคุยกับเขา ส่วนเรื่องนพนภา เธอดีใจที่หล่อนตามไป เพราะเจนภพกำลังจะลากเธอเข้าม่านรูด
“คุณจะบอกว่าฉันพูดจาไม่น่าฟังอีกแล้วใช่ไหมคะ”
“ความจริงของมนุษย์มันไม่น่าฟังแบบนี้ล่ะฮะ ผมรู้...คุณอย่าทำเหมือนผมเป็นผู้ชายไร้เดียงสานักเลย”
“ฉันเคยได้ยินว่าผู้ชายไทย ถ้าใครรักเดียวใจเดียว ไม่เคยเจ้าชู้ ถือเป็นเรื่องผิดปกติและเสื่อมเสียอย่างยิ่ง”
“เพราะเรามีวัฒนธรรมขุนแผนของเราเอง แล้วยังรับวัฒนธรรมเจมส์ บอนด์ เข้ามาผสมด้วยมั้งฮะ”
มุนินทร์ขำมุมมองของเขา มองอย่างชอบใจ วีกิจมองตอบตาเป็นประกาย
“ตาฮะ ขอให้คุณจำเอาไว้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมก็เป็นเพื่อนคุณ”
มุนินทร์ยิ้มขื่น เจ็บแปลบที่หัวใจ เดินไปจับมือชายหนุ่ม วีกิจหน้าแดง
“วีกิจ...คุณคือเพื่อนที่ดีที่สุด จนบางทีฉันคิดว่า ฉันจะหาคนดีแบบคุณไม่ได้อีกแล้ว”
“ถ้างั้นในฐานะเพื่อน ผมขออะไรคุณอย่างหนึ่งได้ไหม”
“ฉันต้องรู้ก่อนว่า...คุณจะขออะไร”
“เรื่องคุณกับอาภพ ขอให้มันจบไปจริงๆ ได้ไหมฮะ อย่าไปเกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีก”
“อย่าให้ฉันตอบตอนนี้ได้ไหมคะ ขอให้ฉันคิดดูก่อน”
มุนินทร์คลายมือ มองเขาอย่างขอร้อง วีกิจพยักหน้า หวังอย่างสุดใจว่าเธอจะเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง เขาเดินไปส่งเธอที่รถ ตาโตที่เห็นเธอขับรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด มุนินทร์บอกว่าเป็นรถของบริษัท วีกิจมองอย่างไม่เชื่อ
“ออฟฟิศคุณเป็นความลับ ที่พักของคุณก็เป็นความลับ นี่คุณยังมีความลับอะไรอีกหรือเปล่า”
“สักวันหนึ่ง...ฉันจะบอกคุณทุกอย่าง ในตอนนั้นจะไม่มีอะไรเป็นความลับสำหรับคุณ...ลาก่อนค่ะ”
มุนินทร์ขับรถออกไปแล้ว วีกิจหยิบมือถือที่แอบถ่ายทะเบียนรถเธอมาดูยิ้มๆ ไม่รู้เลยว่าปุ๊ มือปืนของประพงส์แอบมองทั้งสองจากมุมมืด กระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ตามรถหญิงสาวไป
มุนินทร์ขับรถกลับบ้านอย่างใจลอย นึกถึงเรื่องที่พูดกับวีกิจ ทันใดนั้น...มีรถมอเตอร์ไซค์แล่นมาขนาบข้าง หญิงสาวนึกรู้ถึงอันตราย เห็นมือปืนเปิดหมวกกันน็อก แสยะยิ้มแล้วชักปืนเล็งมาที่เธอ มุนินทร์หักหลบ รถแฉลบไปข้างทาง เอื้อมมือสั่นๆไปหยิบปืนที่ลิ้นชัก เตรียมป้องกันตัว แต่มือปืนแค่ยิงขู่ ถอยรถแล่นจากไป หญิงสาวมองตาม ตัวยังสั่น ซบหน้ากับพวงมาลัย น้ำตาไหลด้วยความกลัวจับใจ เธอรีบโทร.หาลูกศร ขอไปค้างด้วย อ้างว่าไม่อยากกลับไปนอนที่บ้านคนเดียว
ooooooo
นพนภาไปดูงานก่อสร้างตกแต่งเอ็นเตอร์เทน-เมนต์คอมเพล็กซ์กับประพงส์ เจอกับปุ๊ มือปืนที่ถูกส่งไปขู่มุตตา สาวใหญ่บ่นเสียดายที่ทำได้แค่ขู่ ประพงส์บอกว่าไม่อยากทำอะไรรุนแรง เพราะมีธุรกิจใหม่จะเปิดตัว นพนภาเชื่อมาเฟียหนุ่ม หยิบเงินค่าจ้างส่งให้ปุ๊ แอบถามถึงท่าทางหญิงสาว ปุ๊บอกว่ากลัวจนตัวสั่น นพนภายิ้มสะใจ
ด้านวีกิจเอาทะเบียนรถของมุตตาไปให้กริบเช็ก รู้ว่าเป็นรถของซีเอ็มซี คอนซัลติ้ง บริษัทจัดระบบคอมพิวเตอร์ กริบแปลกใจที่หญิงสาวจบวุฒิเลขานุการธรรมดาๆ อย่างมุตตา จะได้งานบริษัทจากเมืองนอกที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ทั้งสองสืบต่อจนรู้ว่าบริษัทตั้งอยู่ที่ไหน รีบตามไปสำรวจ
วีกิจกับกริบถามหาหญิงสาวจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แต่ไม่มีใครรู้จักมุตตา ลูกศรเดินออกมาเจอสองหนุ่มพอดี เธอเข้าไปทัก กริบรู้สึกคุ้นหน้าหญิงสาวแต่ยังนึกไม่ออก วีกิจถามหามุตตากับเธอ ลูกศรงงเพราะรู้ว่ามุตตาเป็นชื่อน้องสาวมุนินทร์ สังหรณ์ใจแปลกๆ บอกสองหนุ่มว่าจะไปตามให้
มุนินทร์คุยงานกับณัฐดนัย เจ้านายหนุ่มชวนหญิงสาวไปดูงานที่นิวยอร์กเดือนหน้าแต่เธอไม่ได้ฟัง มัวแต่ใจลอยคิดเรื่องโดนยิงขู่ ลูกศรโผล่หน้ามาบอกว่าวีกิจมาขอพบ มุนินทร์ชะงัก แปลกใจที่เขาตามหาเธอเจอ รีบออกไปดู ณัฐดนัยขอตามไปด้วย
มุนินทร์เห็นวีกิจนั่งอยู่กับกริบที่ล็อบบี้ ลูกศรซักเพื่อนใหญ่โตเรื่องปิดบังชายหนุ่มถึงชื่อจริงของเธอ ณัฐดนัยนั่งฟังอยู่ด้วย มองสองสาวกลับไปกลับมาอย่างงงๆ
“ตกลงเธอปิดบังเขาทั้งหมดเลยใช่ไหม ที่อยู่ ที่ทำงาน เบอร์โทรศัพท์ แม้แต่ชื่อของเธอก็ใช้ชื่อน้องสาวหลอกเขา ฉันงงไปหมดแล้วว่าเขาเป็นกิ๊กเธอแบบไหน”
“ก็เพราะไม่ใช่กิ๊กน่ะสิ”
“อย่าหลอกตัวเองหน่อยเลยยายนิน เล่ามาสิ เธอไปหลอกนายวีกิจนั่นเพื่ออะไร”
มุนินทร์มองเพื่อนหน้าเจื่อน แต่ไม่ยอมเล่าอะไร ขอร้องเพื่อนและเจ้านายหนุ่มให้ช่วยเล่นละครตบตาวีกิจ
หลังนัดแนะแผนการตบตา...ลูกศรเดินกลับมาหาวีกิจกับกริบที่กำลังมองรอบๆ ล็อบบี้อย่างสำรวจ
“คุณวีกิจคะ รอสักครู่นะคะ ยายนินกำลังเตรียมการประชุมอยู่ค่ะ”
“ตกลงชื่ออะไรกันแน่ครับ มุตตาหรือนิน” กริบถามงงๆ
“อ๋อ...มีสองชื่อค่ะ แต่ที่นี่เราเรียกนินค่ะ”
“เราสองคนไม่เหมือนกันเลยต่างหาก”
“แปลกนะ ฉันรู้จักเธอมาเกือบสิบปี แทบไม่เคยได้ยินเธอเล่าเรื่องมุตตาให้ฟังเลย”
“เพราะฉันกับตาไม่สนิทกันเลยน่ะสิ ทั้งๆที่เราควรสนิทกัน คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แต่ฉันกลับปล่อยให้ตาเผชิญกรรมอยู่คนเดียว”
“นี่ตากลับไปอยู่เพชรบูรณ์กับพ่อแม่เหรอ”
“ใช่...และจะไม่กลับมาอีกแล้ว”
ลูกศรเข้าใจว่ามุตตากลับไปอยู่กับพ่อแม่จริง มุนินทร์ยิ้มขื่น น้ำตารื้นขึ้นมา คิดถึงน้องสาวจับใจ
กลางดึกคืนนั้น...มุนินทร์ฝันถึงเหตุการณ์ที่บึงบัว เห็นตัวเองยื้อแย่งมงกุฎดอกไม้กับมุตตา จนแฝดน้องเสียหลักพลัดตกน้ำ เธอกระโจนตามลงไปช่วยแต่หาน้องไม่เจอ...หญิงสาวผวาตื่นมาดิ้นรน น้ำตาไหลคลอ ลูกศรโผมาจับตัวเพื่อนอย่างเป็นห่วง ขยับตัวเปิดไฟหัวเตียง เห็นเพื่อนหอบ หน้าซีดตัวสั่นเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง
“รู้ไหมศร ฉันเคยฝันเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีช่วงหลังนี่ที่ฉันไม่ฝันอีก คิดว่ามันจะหายไป แต่วันนี้มันกลับมาอีก”
“ฝันร้ายอะไรของเธอ...นิน”
“ฝันถึงเด็กสองคนพี่น้อง ที่ควรจะรักกัน ใกล้ชิดยิ่งกว่าเพื่อนสนิทคนไหน แต่แล้วเพราะการเลี้ยงดูผิดๆ เพราะโชคชะตา หรือไม่ก็เพราะเคราะห์กรรมของเด็กสองคนนั้นเองที่ทำให้จงเกลียดจงชังกัน...ยังดีที่ไม่ถึงกับเป็นศัตรูคู่อาฆาต”
มุนินทร์เล่าด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจ ลูกศรบีบมือเพื่อนอย่างปลอบใจ มุนินทร์เหม่อมองไปที่ภาพตัวเองกับแฝดน้องที่วางอยู่ข้างกัน เอ่ยปากเล่าเรื่องในวัยเด็กให้เพื่อนฟังเป็นครั้งแรก
สมัยฝาแฝดยังเด็ก...แปลกกับพิณเปิดร้านกาแฟเล็กๆในตลาด สองพี่น้องเป็นแฝดหน้าเหมือนที่มีบุคลิกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง มุตตา แฝดน้องผมตรงยาว
ผิวผุดผ่อง หน้าตาน่ารัก ว่านอนสอนง่าย เป็นที่รักของพ่อแม่และทุกคนรอบข้าง มุนินทร์ แฝดพี่ผม
หยิกยาว ตัวดำ หน้าตามอมแมม ทั้งซนและดื้อ ไม่เคยยอมใคร โดนพ่อกับแม่ดุและตีอยู่เป็นประจำ ครั้งหนึ่งมุนินทร์ทะเลาะแย่งตุ๊กตากับมุตตาจนหัวตุ๊กตาหลุด
มุตตาร้องไห้จ้า แปลกตีแฝดพี่ด้วยไม้เรียว พิณดุซ้ำด้วยความโมโห
“ยายนิน...ทำไมแกดื้ออย่างนี้นะ จำใส่กะโหลกไว้นะยะ เด็กดื้อน่ะ ไม่มีใครรักหรอก”
เล่ามาถึงตรงนี้ มุนินทร์น้ำตาคลอเบ้า ย้ำเสียงสั่นเครือ
“และเด็กคนพี่ก็เชื่ออย่างนั้น เพราะทุกคนดูเหมือนจะทุ่มเทความรักไปให้น้องสาวจนหมด...วัยเด็กจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของตา ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาเลวร้ายของฉัน”
มุนินทร์เล่าต่อไปเรื่องเหตุการณ์ที่บึงบัว แม้สุดท้ายเธอจะช่วยน้องสาวขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จแต่ก็ยังโดนแม่กับน้องสาวค่อนแคะอยู่ดีว่าเป็นพี่ใจยักษ์ พ่อพยายามพูดแก้ต่างให้ แต่เธอก็ฝังใจว่าเป็นความผิดของตัวที่ผลักน้องตกน้ำเกือบตาย
“ยายตา...จำได้แต่ว่าฉันเป็นคนผลักแกลงน้ำไป”
“แต่เธอเองก็ควรจะจำด้วย...ว่าเป็นคนช่วยให้ตาอยู่รอดปลอดภัยมาได้จนทุกวันนี้”
“รู้ไหมศร ทุกครั้งที่ฉันฝัน ฉันจะฝันแต่ว่าฉันเป็นคนผลักตาลงไป...ตากำลังจะตาย ฉันไม่เคยฝันจนถึงตอนที่ฉันช่วยแกขึ้นมาเลย ทุกครั้งที่สะดุ้งตื่น ฉันจะรู้สึกแต่ว่าฉันเป็นคนฆ่าตา...ฉันเป็นคนฆ่าตา”
“ท่าทางจะกู่ไม่กลับแล้ว ไม่เป็นไร ฉันมีตัวช่วย”
ลูกศรออกจากห้องนอน กลับมาพร้อมขวดยานอนหลับและอัลบั้มรูปของเพื่อนกับวีกิจที่ชายทะเล บอกยิ้มๆว่ายาช่วยให้หลับแต่อัลบั้มรูปช่วยให้ฝันดี มุนินทร์พลิกดูภาพชายหนุ่มส่งยิ้มอย่างหวังดีก็ยิ่งเศร้า
“ไม่หรอกศร มันก็เหมือนกับตอนที่ฉันเป็นเด็ก ทุกคนรักมุตตา ไม่มีใครรักมุนินทร์”
“พูดอะไร ไม่เอาละ ฉันไปนอนแล้ว”
ลูกศรปิดไฟ ล้มตัวลงนอนต่อ มุนินทร์ยังนอนไม่หลับ นึกถึงวีกิจ พึมพำเบาๆ
“ทุกคนรักมุตตา ไม่มีใครรักมุนินทร์...คุณเองก็เหมือนกันใช่ไหม...วีกิจ”
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น...มุนินทร์ไปทำงานตามปกติ ลูกศรแวะมาหาที่ห้อง คุยหยอกล้อกันเรื่องณัฐดนัยเจ้านายหนุ่มไฟแรงที่ลูกศรแอบชอบอยู่ มุนินทร์บอกว่าชายหนุ่มไม่ใช่สเปก ลูกศรสงสัย...แล้วชายหนุ่มแบบไหนที่เพื่อนชอบ
มุนินทร์ไม่ตอบเพื่อนแต่เผลอกดเบอร์วีกิจแล้วกดทิ้งทันทีเหมือนที่เคยทำหลายวันที่ผ่านมา ณัฐดนัยเข้ามาเชิญเธอออกไปคุยงานด้านนอก หญิงสาววางมือถือที่โต๊ะแล้วก้าวตามเจ้านายหนุ่มไป ลูกศรหน้าหงิก เซ็งที่ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะทัก เห็นมือถือเพื่อนเลยคว้ามากดดู เห็นเบอร์ เบอร์หนึ่งโชว์หราอยู่ มีร่องรอยโทร.ออกแล้วกดทิ้งหลายรอบ นึกสังหรณ์ใจ ลองโทร.ออก มีเสียงวีกิจตอบรับ ลูกศรตาโต เงยหน้ามองมุนินทร์ที่กลับเข้ามายิ้มๆ บอกวีกิจเสียงใสว่ามีคนอยากคุยด้วย มุนินทร์มองเพื่อนตาเขียว เดินปั้นปึ่งมารับโทรศัพท์ พูดฮัลโหลเสียงเรียบ
“ตา...คุณเองหรือฮะ”
“ฉันเองค่ะวีกิจ ขอบคุณที่ยังจำเสียงฉันได้”
“ถ้าคุณหายไปแบบนี้อีก อีกหน่อยผมคงจำเสียงคุณไม่ได้เหมือนกัน นี่คุณหายไปตั้งครึ่งค่อนเดือน ทำตัวลึกลับเป็นนินจาอีกแล้ว”
ลูกศรนั่งเล่นไอแพดบนโซฟาที่มุมห้อง แกล้งทำเป็นไม่สนใจแต่แอบเงี่ยหูฟังเพื่อนแก้ตัวกับชายหนุ่มว่าหายไปเพราะยุ่งกับงานและสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ
“ดีแล้วที่คุณได้งานใหม่ จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ซะที”
“ยังหรอกค่ะ ฉันยังเริ่มต้นชีวิตใหม่ไม่ได้หรอก เพราะยังมีเรื่องเก่าๆต้องสะสางอีกเยอะเหลือเกิน”
“เรื่องเก่าๆนี่รวมเรื่องอาภพด้วยหรือเปล่าฮะ”
“เรื่องเก่าๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องอาภพของคุณต่างหากค่ะ”
วีกิจถามมุนินทร์เรื่องงานใหม่ หญิงสาวมีท่าทีอึกอัก เขานึกรู้ว่าเธอมีบางอย่างปิดบัง นัดเธอออกมาเจอตอนเย็น หญิงสาวรับปากง่ายๆ แล้วกดวางสาย หันมามองเพื่อนตาเขียวที่เจ้ากี้เจ้าการ ลูกศรแซวยิ้มๆ
“ก็แค่เนี้ยเองยายนิน ไม่รู้กลัวอะไรอยู่”
“ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย แต่ไม่รู้ว่าถ้าคบกันต่อไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น”
“ไม่ลองก็ไม่รู้ โธ่เอ๋ย...ทำตัวเป็นนางเอกหนังไทยที่มีแต่ฟอร์มไปได้ ต้องทุรนทุรายจะตาย ถึงสารภาพรักกันได้”
มุนินทร์หลบตา เขินที่เพื่อนพูดแทงใจดำ ก้มดูโทรศัพท์นิ่ง ลูกศรรู้ว่าเพื่อนอ่อนลงแล้ว บอกยิ้มๆ
“แล้วก็เมมเบอร์ได้แล้ว แล้วตั้งเป็นเบอร์โทร.ออกสำคัญเบอร์หนึ่งเลยนะ”
ooooooo
มุนินทร์ไปพบวีกิจที่ร้านอาหารริมน้ำตามเวลานัดหลังเลิกงาน ชายหนุ่มหน้าเครียด กดเซฟเบอร์มือถือมุนินทร์ในชื่อมุตตา มองหญิงสาวในลุคสาวทำงานมาดเนี้ยบและข้าวของที่เธอใช้อย่างจับสังเกต
“คุณเปลี่ยนเบอร์ใหม่ แล้วเบอร์เก่าล่ะฮะ”
“ฉันเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกถึงตา...ตาคนเดิมน่ะค่ะ”
“เบอร์ใหม่ แล้วก็สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ด้วย ผมยังใช้โทรศัพท์รุ่นเก่าเหมือนเดิม”
“ของที่มันเรียบง่ายไม่ซับซ้อน...มันอาจจะดีกว่าก็ได้ค่ะ”
“เหมือนกับชีวิตคนใช่ไหมฮะ”
มุนินทร์ไม่ตอบ เสเดินกลับไปที่โต๊ะ สั่งเบียร์ให้ตัวเองกับชายหนุ่ม เขามองเธออย่างแปลกใจ มุตตาคนนี้เปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน
“ผมไม่ยักรู้ว่าตาดื่มเบียร์ด้วย”
“หมดยุคเบญจกัลยาณีแล้วค่ะ ผู้หญิงยุคนี้ควรดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็น”
“ขอค้านได้ไหมฮะ เวลาผู้หญิงเมาเป็นลำยองน่ะ น่าเกลียดออก”
“ฉันบอกว่าควรดื่มเป็นต่างหาก ถ้าดื่มจนเมาปลิ้นก็แปลว่าดื่มไม่เป็น ทำไมรู้ไหมคะ...เพราะถ้าดื่มเป็นจะได้ไม่ถูกคนเลวๆ มอมเหล้าเข้าม่านรูดได้ง่ายๆ น่ะสิคะ”
วีกิจถามหญิงสาวเรื่องงานใหม่ มุนินทร์ไม่ยอมเล่าอะไรมาก ถามเขาเรื่องที่เธอนัดเจอเจนภพจนนพนภาตามไปอาละวาด เปรยยิ้มๆถึงปริมกับรัชนกว่าทำหน้าที่โฆษกกระทรวงได้ดี วีกิจหน้าเคร่ง ถามถึงเหตุผล หญิงสาวบอกเพียงว่ามีเรื่องจะคุยกับเขา ส่วนเรื่องนพนภา เธอดีใจที่หล่อนตามไป เพราะเจนภพกำลังจะลากเธอเข้าม่านรูด
“คุณจะบอกว่าฉันพูดจาไม่น่าฟังอีกแล้วใช่ไหมคะ”
“ความจริงของมนุษย์มันไม่น่าฟังแบบนี้ล่ะฮะ ผมรู้...คุณอย่าทำเหมือนผมเป็นผู้ชายไร้เดียงสานักเลย”
“ฉันเคยได้ยินว่าผู้ชายไทย ถ้าใครรักเดียวใจเดียว ไม่เคยเจ้าชู้ ถือเป็นเรื่องผิดปกติและเสื่อมเสียอย่างยิ่ง”
“เพราะเรามีวัฒนธรรมขุนแผนของเราเอง แล้วยังรับวัฒนธรรมเจมส์ บอนด์ เข้ามาผสมด้วยมั้งฮะ”
มุนินทร์ขำมุมมองของเขา มองอย่างชอบใจ วีกิจมองตอบตาเป็นประกาย
“ตาฮะ ขอให้คุณจำเอาไว้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมก็เป็นเพื่อนคุณ”
มุนินทร์ยิ้มขื่น เจ็บแปลบที่หัวใจ เดินไปจับมือชายหนุ่ม วีกิจหน้าแดง
“วีกิจ...คุณคือเพื่อนที่ดีที่สุด จนบางทีฉันคิดว่า ฉันจะหาคนดีแบบคุณไม่ได้อีกแล้ว”
“ถ้างั้นในฐานะเพื่อน ผมขออะไรคุณอย่างหนึ่งได้ไหม”
“ฉันต้องรู้ก่อนว่า...คุณจะขออะไร”
“เรื่องคุณกับอาภพ ขอให้มันจบไปจริงๆ ได้ไหมฮะ อย่าไปเกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีก”
“อย่าให้ฉันตอบตอนนี้ได้ไหมคะ ขอให้ฉันคิดดูก่อน”
มุนินทร์คลายมือ มองเขาอย่างขอร้อง วีกิจพยักหน้า หวังอย่างสุดใจว่าเธอจะเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง เขาเดินไปส่งเธอที่รถ ตาโตที่เห็นเธอขับรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด มุนินทร์บอกว่าเป็นรถของบริษัท วีกิจมองอย่างไม่เชื่อ
“ออฟฟิศคุณเป็นความลับ ที่พักของคุณก็เป็นความลับ นี่คุณยังมีความลับอะไรอีกหรือเปล่า”
“สักวันหนึ่ง...ฉันจะบอกคุณทุกอย่าง ในตอนนั้นจะไม่มีอะไรเป็นความลับสำหรับคุณ...ลาก่อนค่ะ”
มุนินทร์ขับรถออกไปแล้ว วีกิจหยิบมือถือที่แอบถ่ายทะเบียนรถเธอมาดูยิ้มๆ ไม่รู้เลยว่าปุ๊ มือปืนของประพงส์แอบมองทั้งสองจากมุมมืด กระโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ตามรถหญิงสาวไป
มุนินทร์ขับรถกลับบ้านอย่างใจลอย นึกถึงเรื่องที่พูดกับวีกิจ ทันใดนั้น...มีรถมอเตอร์ไซค์แล่นมาขนาบข้าง หญิงสาวนึกรู้ถึงอันตราย เห็นมือปืนเปิดหมวกกันน็อก แสยะยิ้มแล้วชักปืนเล็งมาที่เธอ มุนินทร์หักหลบ รถแฉลบไปข้างทาง เอื้อมมือสั่นๆไปหยิบปืนที่ลิ้นชัก เตรียมป้องกันตัว แต่มือปืนแค่ยิงขู่ ถอยรถแล่นจากไป หญิงสาวมองตาม ตัวยังสั่น ซบหน้ากับพวงมาลัย น้ำตาไหลด้วยความกลัวจับใจ เธอรีบโทร.หาลูกศร ขอไปค้างด้วย อ้างว่าไม่อยากกลับไปนอนที่บ้านคนเดียว
ooooooo
นพนภาไปดูงานก่อสร้างตกแต่งเอ็นเตอร์เทน-เมนต์คอมเพล็กซ์กับประพงส์ เจอกับปุ๊ มือปืนที่ถูกส่งไปขู่มุตตา สาวใหญ่บ่นเสียดายที่ทำได้แค่ขู่ ประพงส์บอกว่าไม่อยากทำอะไรรุนแรง เพราะมีธุรกิจใหม่จะเปิดตัว นพนภาเชื่อมาเฟียหนุ่ม หยิบเงินค่าจ้างส่งให้ปุ๊ แอบถามถึงท่าทางหญิงสาว ปุ๊บอกว่ากลัวจนตัวสั่น นพนภายิ้มสะใจ
ด้านวีกิจเอาทะเบียนรถของมุตตาไปให้กริบเช็ก รู้ว่าเป็นรถของซีเอ็มซี คอนซัลติ้ง บริษัทจัดระบบคอมพิวเตอร์ กริบแปลกใจที่หญิงสาวจบวุฒิเลขานุการธรรมดาๆ อย่างมุตตา จะได้งานบริษัทจากเมืองนอกที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ทั้งสองสืบต่อจนรู้ว่าบริษัทตั้งอยู่ที่ไหน รีบตามไปสำรวจ
วีกิจกับกริบถามหาหญิงสาวจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แต่ไม่มีใครรู้จักมุตตา ลูกศรเดินออกมาเจอสองหนุ่มพอดี เธอเข้าไปทัก กริบรู้สึกคุ้นหน้าหญิงสาวแต่ยังนึกไม่ออก วีกิจถามหามุตตากับเธอ ลูกศรงงเพราะรู้ว่ามุตตาเป็นชื่อน้องสาวมุนินทร์ สังหรณ์ใจแปลกๆ บอกสองหนุ่มว่าจะไปตามให้
มุนินทร์คุยงานกับณัฐดนัย เจ้านายหนุ่มชวนหญิงสาวไปดูงานที่นิวยอร์กเดือนหน้าแต่เธอไม่ได้ฟัง มัวแต่ใจลอยคิดเรื่องโดนยิงขู่ ลูกศรโผล่หน้ามาบอกว่าวีกิจมาขอพบ มุนินทร์ชะงัก แปลกใจที่เขาตามหาเธอเจอ รีบออกไปดู ณัฐดนัยขอตามไปด้วย
มุนินทร์เห็นวีกิจนั่งอยู่กับกริบที่ล็อบบี้ ลูกศรซักเพื่อนใหญ่โตเรื่องปิดบังชายหนุ่มถึงชื่อจริงของเธอ ณัฐดนัยนั่งฟังอยู่ด้วย มองสองสาวกลับไปกลับมาอย่างงงๆ
“ตกลงเธอปิดบังเขาทั้งหมดเลยใช่ไหม ที่อยู่ ที่ทำงาน เบอร์โทรศัพท์ แม้แต่ชื่อของเธอก็ใช้ชื่อน้องสาวหลอกเขา ฉันงงไปหมดแล้วว่าเขาเป็นกิ๊กเธอแบบไหน”
“ก็เพราะไม่ใช่กิ๊กน่ะสิ”
“อย่าหลอกตัวเองหน่อยเลยยายนิน เล่ามาสิ เธอไปหลอกนายวีกิจนั่นเพื่ออะไร”
มุนินทร์มองเพื่อนหน้าเจื่อน แต่ไม่ยอมเล่าอะไร ขอร้องเพื่อนและเจ้านายหนุ่มให้ช่วยเล่นละครตบตาวีกิจ
หลังนัดแนะแผนการตบตา...ลูกศรเดินกลับมาหาวีกิจกับกริบที่กำลังมองรอบๆ ล็อบบี้อย่างสำรวจ
“คุณวีกิจคะ รอสักครู่นะคะ ยายนินกำลังเตรียมการประชุมอยู่ค่ะ”
“ตกลงชื่ออะไรกันแน่ครับ มุตตาหรือนิน” กริบถามงงๆ
“อ๋อ...มีสองชื่อค่ะ แต่ที่นี่เราเรียกนินค่ะ”
“สวัสดีครับคุณนินจา”
“คุณมาได้ยังไง ฉันไม่ได้อนุญาตให้คุณมาพบฉันที่นี่ กลับไปเดี๋ยวนี้เลย”
“ทำไมครับ มีอะไรที่คุณปกปิดผมอยู่งั้นหรือ ผมก็แค่อยากรู้ความจริงที่ผมยังไม่รู้เท่านั้นเอง”
กริบพยายามชวนเพื่อนกลับ แต่วีกิจไม่ยอม มองหญิงสาวอย่างมุ่งมั่น มุนินทร์ถอนใจอย่างหนักใจ ณัฐดนัยโผล่เข้ามา แสร้งดุมุนินทร์เสียงเขียวเรื่องพิมพ์รายงานการประชุมผิดหลายที่ มุนินทร์รับมุกตีหน้าเจื่อน ยกมือไหว้เจ้านายหนุ่มเพื่อขอโทษ วีกิจกับกริบมองอย่างคลายใจ หายสงสัยไปส่วนหนึ่ง แต่ยังคาใจบางเรื่อง
กริบขอตัวกลับก่อน มุนินทร์ออกมาคุยกับวีกิจที่ร้านกาแฟใกล้บริษัท หญิงสาวแกล้งมองเขาหน้าหงิก ไม่พอใจที่เขาตามหาเธอจนถึงที่ทำงาน
“คุณรู้ไหมที่คุณมาที่นี่ ทำให้ฉันเดือดร้อน ฉันอาจจะถูกไล่ออกก็ได้”
“ยังไงผมก็ต้องมา เพราะคุณสร้างความสงสัยไว้หลายอย่าง”
มุนินทร์แสร้งตีหน้าขรึม บอกว่าเธอทำงานเลขาให้บริษัทเอกชน รายได้เลยดีขึ้น แกล้งประชดชายหนุ่มนิดหน่อยเรื่องรถ ว่าแม้จะเป็นรถบริษัท แต่สงสัยเธอจะเป็นคนโปรดเลยได้รถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด วีกิจชักหงุดหงิด
“รู้ไหมตอนนี้ที่กองเขาลือกันเรื่องคุณว่าอะไร เขาลือกันว่าคุณลาออกไปให้อาภพเลี้ยง หรือไม่ก็มีเสี่ยเลี้ยงคุณ”
“แล้วคุณเชื่อข่าวลือนั่นหรือคะ”
“ไม่ฮะ...สำหรับเรื่องอาภพ ผมไม่คิดว่าคุณจะทำอย่างนั้น เพราะคุณบอกว่า คุณไม่มีวันจะกลับไปหาอาภพอีก...ผมเชื่อคุณ แต่กับเจ้านายของคุณ ผมชักไม่เชื่อเสียแล้ว”
มุนินทร์เหนื่อยใจ ไม่รู้จะแก้ตัวว่าอย่างไร บอกให้เขากลับและอย่ามาเจอเธอที่นี่อีก วีกิจจับมือหญิงสาว มองด้วยแววตาห่วงหาลึกซึ้ง มุนินทร์ซาบซึ้งใจแต่ก็ดึงมือออกอย่างตัดใจ
ooooooo
มุนินทร์นอนหลับตาอยู่ที่เก้าอี้ริมสระว่ายน้ำของฟิตเนสหรู คิดถึงคำพูดของวีกิจที่ขอร้องให้หยุดเรื่องเจนภพ คำพูดเตือนสติของแจงจิต และเรื่องมือปืนที่ตามขู่ฆ่า หญิงสาวต้องต่อสู้กับใจตัวเองอย่างหนัก สุดท้ายจึงตัดสินใจได้ว่าจะยุติเรื่องราวทั้งหมด หญิงสาวยิ้มน้อยๆ โล่งใจเหมือนได้รับการปลดปล่อย ผล็อยหลับไปไม่รู้ตัว
ภาพในฝันชัดเจนเหมือนเป็นเรื่องจริง มุนินทร์กำลังว่ายน้ำอยู่ในสระของฟิตเนสหรู เห็นมุตตาในชุดบางพลิ้วจมอยู่ใต้น้ำ หญิงสาวตะลึง มองหน้าน้องสาวอย่างตื่นๆ มุตตาลืมตาขึ้นมา ดูเรืองแสงจนน่าสะพรึงกลัว มุนินทร์ผวาตื่น ครั้งนี้อยู่ในห้องนอนคอนโดตัวเอง เธอลุกขึ้นช้าๆ เดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง หันมองเงาสะท้อนของตัวเองหน้ากระจก แต่กลับเห็นหน้าของแฝดน้องจ้องหน้าเธอ ดวงตาเจิดจ้ามีแววชั่วร้าย
“เธอจะถอนตัวหรือนิน ไหนเธอบอกจะทวงความยุติธรรมให้ฉันไง จำวันที่เธอผลักฉันลงไปในบึงบัวได้ไหม”
“ตา...ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“และเธอก็เป็นคนผลักฉันให้มากรุงเทพฯ และปล่อยให้ฉันจมลงในความชั่วร้ายเหมือนครั้งนั้น”
“จริงหรือตา เป็นเพราะฉันหรือ”
“เธอบอกว่าฉันต้องอยู่ มุตตาต้องอยู่ มุตตาต้องไม่ตายไม่ใช่หรือ”
มุนินทร์พยักหน้ารับ แววตากลับมาเคร่งเครียดใหม่ เสียงมุตตาสะท้อนอึงอลไปมา หญิงสาวสะดุ้งตื่นอีกครั้ง คราวนี้ที่เก้าอี้ริมสระที่เธอผล็อยหลับไป เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ดวงตาวาวโรจน์ ความแค้นเรื่องมุตตากลับมาเหมือนเดิม...
มุนินทร์โทร.หาเจนภพกลางดึกคืนนั้น หนุ่มใหญ่ดีใจเนื้อเต้นที่ได้ยินเสียงเธอ วิงวอนให้ออกมาเจอกันวันรุ่งขึ้น
“ไม่ได้หรอกค่ะ พรุ่งนี้ฉันมีนัดแล้ว”
“ใคร...นายกิจหรือ”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ วีกิจดีงามเกินไป ฉันไม่กล้าแตะต้องเขาหรอก”
“ขนาดนั้นเชียว แล้วผมล่ะเป็นไง”
“เราสองคนก็เลวพอกันน่ะสิคะ ถึงได้คบกันได้”
เจนภพอึ้งไป มุตตาคนใหม่พูดตรงเหลือเกิน แต่ยังไม่เอะใจ มุนินทร์ชวนมาเจอที่ผับที่เขาเคยพามุตตามา เจนภพอึกอักเพราะไม่แน่ใจว่าจะออกไปได้ หญิงสาวไม่สนบอกว่าถ้าเขาไม่มาภายในหนึ่งชั่วโมง เธอจะออกไปกับคนอื่น แล้วกดวางสาย เจนภพหันรีหันขวางหาทาง รีบโทร.หาสรรค์ ขอร้องให้เพื่อนช่วย
หลังวางแผนกันเสร็จ สรรค์แกล้งโทร.หาเจนภพ โดยใช้โปรแกรมเปลี่ยนเสียงแบ็กกราวน์ให้เหมือนเขาคุยอยู่ที่สนามบิน นพนภารับสายแทนผัว สรรค์บอกว่าจะไปมาเก๊า มีเรื่องอยากคุยกับเพื่อน เจนภพออกมาจากห้องน้ำ มีหยดน้ำเกาะอกพราว นพนภามองด้วยความเสน่หา เจนภพคว้ามือถือจากเมียมาพูด แกล้งส่งเสียงเออออแล้ววางสาย บอกเมียว่าจะออกไปเคลียร์ให้สรรค์ที่มีเรื่องกับพนักงานที่สนามบิน เขาแกล้งชวนเมียไปด้วย นพนภาไม่ทันคิด เชื่อจริงๆ ว่าผัวไปช่วยเพื่อน เจนภพยิ้มในหน้าอย่างลิงโลด
ooooooo
เจนภพรีบมาพบมุตตาตามนัด มองหญิงสาวอย่างตื่นตะลึง หลงใหลในลุคเซ็กซี่ยั่วยวนกว่าครั้งก่อนที่เจอกัน หญิงสาวขยับมือเรียกบริกรให้นำบรั่นดีที่สั่งไว้มาเสิร์ฟ หนุ่มใหญ่มองด้วยความแปลกใจแต่ยังไม่สงสัย มองเธอตาเยิ้ม มุนินทร์รังเกียจสายตานั้น แต่แสร้งทิ้งสายตาหวานเหมือนเชิญชวน
“ตา...กินเหล้าแรงแบบนี้ เดี๋ยวก็เมากันพอดี”
“กลัวฉันมอมเหล้าคุณหรือคะ คุณเองก็เคยมอมเหล้าตามาก่อนไม่ใช่หรือคะ”
“โธ่...ผมไม่ได้มอมสักหน่อย แค่ดื่มไวน์ฉลองกัน ผมยังจำได้ดีว่าวันไหน...วันเกิดครบรอบยี่สิบห้าปีของตา”
มุนินทร์ตัวชา ดวงตาวาวโรจน์ มือสั่นรินเหล้าใส่แก้วให้เขาจนเต็ม
“น่าอนาถนะคะ ฉลองวันเกิดในโรงแรมม่านรูด เพราะถูกตาแก่มอมเหล้า”
“ผมไม่ได้มอมตานะ ตาเต็มใจและเราก็มีความสุขด้วยกัน”
“แต่มันก็เป็นใบเบิกทางไม่ใช่หรือคะ สาวน้อยที่แทบไม่เคยกินเหล้ามาก่อน...อีกอย่าง...ตาเต็มใจ เพราะถูกคุณหลอกว่าจะทิ้งเมียโบท็อกซ์มามากกว่า”
เจนภพสะอึก มุนินทร์ยิ้มในหน้า ขยับเข้าไปใกล้ เผยให้เห็นร่องอกจากชุดคอลึก แตะมือเขาแผ่วเบา ชวนให้เขาดื่มกับเธอ เจนภพหลงมัวเมาไปกับท่าทางเซ็กซี่นั้น ดื่มรวดจนหมดแก้ว มองเธอตาเชื่อม ชวนหญิงสาวคุยเรื่องงานใหม่ มุนินทร์ยิ้มเยาะ
“ฉันเป็นคนปรับตัวเก่งค่ะ เพราะโลกนี้คนที่ปรับตัวได้ทุกสถานการณ์เท่านั้นจึงจะอยู่รอด”
“พูดอะไรซีเรียสจังตา ตารู้ไหม ตาสวยขึ้นกว่าเดิมมาก ทั้งสวย ทั้งเปรี้ยว ทั้งเซ็กซี่”
“เพราะตาคนเก่าที่แสนหวาน แสนซื่อ ไร้เดียงสา ถูกคุณกับเมียใจร้ายทำลายจนหมดสิ้นแล้วน่ะสิคะ”
มุนินทร์จิบเหล้า ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า เติมเหล้าให้แก้วแล้วแก้วเล่าจนหนุ่มใหญ่เริ่มเมา มองหญิงสาวตาหวานฉ่ำด้วยความลุ่มหลง เขาขยับเข้ามาใกล้ วางมือลงบนตักนุ่ม ลูบไล้อย่างโหยหา พร่ำพรรณนาว่าคิดถึง มุนินทร์ชะงัก รังเกียจสัมผัสนั้นแต่ฝืนใจทนเพื่อความแนบเนียน มองหนุ่มใหญ่ด้วยความสมเพช
“จะไม่แบ่งเวลาคิดถึงให้เมียคุณบ้างหรือคะ”
“ตาก็รู้...ผมกับเขามันคือหน้าที่ แต่กับตามันคือความรัก ผมรักตามากนะ”
“นี่คือสูตรสำเร็จที่ทำให้ผู้หญิงหน้าโง่หลอมละลายใช่ไหมคะ”
“จนป่านนี้แล้ว ตายังไม่เชื่ออีกหรือ”
“ก็อยากเชื่ออยู่หรอกค่ะ...แต่โลกสอนให้ฉันรู้ว่า มนุษย์โกหกเสมอ เพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ”
มุนินทร์พูดเสียงหยัน แววตาแข็งกร้าว หนุ่มใหญ่ไม่เอะใจเพราะเมาจนขาดสติ หน้าแดงก่ำตาเยิ้ม ชวนหญิงสาวออกไปหาความสุขกันต่อ มุนินทร์รินเหล้าให้จนหมดขวด ฝืนมองเขาด้วยสายตายั่วยวน
“ดื่มให้หมดแก้วก่อนสิคะ ผอ. ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ในเมืองหลวงแห่งโลกีย์นี้คงมีม่านรูดว่างอยู่สักห้อง”
“ตา...แต่ผมรอมาหลายวันแล้วนะ”
“อดอยากมากหรือคะ ที่จริง...เมียคุณก็น่าจะแก้ขัดได้”
“มันก็พอได้ แต่ก็ไม่ถึงใจเหมือนตา”
มุนินทร์ขบกรามแน่น เจ็บใจที่ได้ยินคำพูดย่ำยีศักดิ์ศรีแฝดน้อง จิกมือลงบนแขนหนุ่มใหญ่อย่างจงใจ
เจนภพร้องเสียงหลง หญิงสาวแสยะยิ้ม กระซิบเบาๆ ที่ข้างหู
“คืนนี้...คุณจะเจ็บมากกว่านี้”
เจนภพเข้าใจไปอีกทางเพราะเมาจนไม่รู้เรื่อง ขยับตัวเข้าไปหมายจะจูบ มุนินทร์ขยับหลบ เขามองเธอตาเยิ้มอย่างหลงใหล ยื่นข้อเสนอจะเลี้ยงดูเป็นบ้านเล็ก มุนินทร์ยิ้ม แววตาเย้ยหยัน
“สมัยนี้ใครเขายอมเป็นเมียเก็บกันคะ สู้คบทีเดียวเจ็ดคน คิดถึงใครก็ไปหา อาทิตย์หนึ่งไม่ซ้ำ”
“หนึ่งในเจ็ดนี่ มีนายวีกิจด้วยหรือเปล่า”
“ถ้ามี...เขาก็คือคนที่สำคัญที่สุดค่ะ”
เจนภพกระตุก ชักฉุนที่หญิงสาวเห็นหลานเขาสำคัญกว่า ยื่นข้อเสนอจะหาบ้านให้
“ต๊าย...นี่จะเลี้ยงฉันจริงๆหรือคะ อย่าเลยค่ะ เพราะทุกวันนี้คุณก็อาศัยเงินของคุณนพนภาอยู่ไม่ใช่หรือ ฉันไม่อยากกินเงินลูกผู้หญิงด้วยกัน ถ้าอยากนอนกับฉัน...
จ่ายรายครั้งก็ได้มั้งคะ”
“ตา...ผมไม่อยากจะเชื่อเลย ตาเป็นคนถือศักดิ์ศรีจะตาย”
“ศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง มันกลายเป็นอากาศธาตุ ตั้งแต่ถูกพาเข้าม่านรูดครั้งแรกแล้วล่ะค่ะ”
เจนภพคิดว่าหญิงสาวแค่ตัดพ้อ พูดปลอบว่ายินดีรับผิดชอบ มุนินทร์มองด้วยความสมเพช
“แน่ใจหรือคะว่าคุณจ่ายไหว...ของดีราคาประหยัดน่ะ ไม่มีหรอกนะคะ”
“แล้วตาจะเอาอะไร”
“เอาใบหย่ากับเมียโบทอกซ์ของคุณมาสิคะ...แล้วฉันจะยอม”
“คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ไปเถอะ...เราไปกันดีกว่า”
มุนินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ย้ำว่าถ้าเอาใบหย่ามาไม่ได้ก็ให้ลืมเรื่องม่านรูดไปซะ เจนภพถลาไปหาหญิงสาว คุกเข่าลงเกาะขา แหงนหน้ามองด้วยสายตาอ้อนวอน มุนินทร์มองตอบอย่างรังเกียจ ขยับขาสะบัดออกนิดๆ หนุ่มใหญ่เสียหลักล้มตะแคง หมดสติทันที หญิงสาวมองด้วยความสะใจ เรียกบริกรร่างใหญ่สองนายมาลากไปขึ้นรถ
ooooooo
สรรค์ที่วางแผนโกหกให้เจนภพหลอกนพนภาว่าเขาอยู่ที่สนามบินจะไปมาเก๊า หลอกแอ๋วเมียตัวเองว่าพาเจนภพไปสวดภาณยักษ์เพื่อสะเดาะเคราะห์กลางดึก แต่จริงๆกำลังร่าเริงในผับ แอ๋วโทร.ไปตามก็ใช้โปรแกรมเปลี่ยนเสียงแบ็กกราวนด์เป็นเสียงสวดมนต์เพื่อหลอกเมีย
หลังวางสายจากสรรค์ แอ๋วโทร.หานพนภาเพราะสังหรณ์ใจบางอย่าง นพนภาพูดเรื่องสรรค์ไปมาเก๊า แอ๋วไม่รู้เรื่อง นพนภาเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล สองศรีภรรยารีบเล่าเรื่องที่ตัวเองฟังมาจากผัว ต่อนั่งฟังอยู่ข้างๆ บอกแม่ว่าคงเป็นโปรแกรมสร้างเสียงแบ็กกราวนด์ในมือถือ สองเมียหลวงส่งเสียงกรี๊ดขึ้นพร้อมกัน...
นพนภารอผัวด้วยใจร้อนรน ต้อง ต่อ แต้ว และแหวงนั่งคอยเป็นเพื่อน สักครู่ใหญ่รถเจนภพแล่นเข้ามาพร้อมรถสปอร์ตตามหลัง นพนภากระวีกระวาดไปดู เห็นชายร่างยักษ์สองคนหิ้วปีกผัวเธอลงมาจากรถ เธอก้มมองตัวเอง เพิ่งรู้ว่าวิ่งลงมาดูผัวทั้งๆที่แต่งตัวไม่เรียบร้อย แต่พอเห็นสภาพผัวก็ลืมความอาย เข้าไปเขย่าตัวปลุก
“ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะภพ ไปกินเหล้ากับใครที่ไหนถึงได้เมาเป็นหมาขนาดนี้ บอกมานะไปกับอีคนไหน”
มุนินทร์เดินกรายมาจากรถสปอร์ต แสยะยิ้ม จ้องมองนพนภาแววตาเย้ยหยัน
“โถ...จะคนไหนซะอีกล่ะคะ...ถ้าไม่ใช่ฉัน”
“อีมุตตา...นี่แกกล้ามาเหยียบบ้านฉันเลยเหรอ”
“ทำไมฉันจะไม่กล้าล่ะคะ คุณเองยังส่งมือปืนกระจอกไปข่มขู่ฉันได้เลย”
นพนภาหน้าซีด ตะโกนบอกว่าไม่รู้เรื่อง โวยวายกลบเกลื่อนด่าหญิงสาวที่พาผัวเธอไปมอมเหล้า
“แกทำอะไรผัวฉัน ทำไมถึงได้สลบไสลไม่ได้สติแบบนี้”
“อ๋อ...ทำหลายอย่างค่ะ จาระไนคงไม่หมด ถ้าอยากได้รายละเอียดเนื้อๆ ทุกรูขุมขน ก็ถามผัวเราดีกว่า”
นพนภาเต้นเร่าๆ ส่งเสียงกรี๊ดราวกับคนบ้า แค้นใจที่เถียงสู้ไม่ได้ วีกิจเดินมากับสร้อยคำพอดีเพราะได้ยินเสียงโวยวาย ชายหนุ่มมองหญิงสาวอย่างไม่เชื่อสายตา สร้อยคำเอามือทาบอก มุนินทร์ชะงักแต่ยังสวมบทบาทต่อ
“คุณจะลองตรวจคราบไคลหรือดมกลิ่นแบบสุนัขตำรวจตัวเมีย เวลาที่ตัวผู้มันไปเป็นสัดนอกบ้านก็ได้นี่คะ”
“ไปนะ อีมุตตา...อีตัวเสนียด คนอย่างแกเหยียบที่ไหนก็กาลกิณีที่นั่น”
“ค่ะ...ขนาดฉันยังไม่มา ฝนฟ้ายังไม่ตกบนเตียงคุณเลย คุณถึงขาดน้ำ ตายแห้งตายแล้งขนาดนี้”
นพนภากรีดร้องเสียงดังด้วยความเจ็บแค้น โกรธจนตัวสั่นหน้าเขียวเหมือนจะเป็นลม วีกิจมองหญิงสาวด้วยความผิดหวัง มุนินทร์หน้าถอดสี เสียใจและรู้สึกผิดที่ทำร้ายจิตใจเขา แต่วินาทีถัดมาก็เชิดหน้าเดินออกไป วีกิจรีบวิ่งตามไปรั้งตัวไว้ก่อนที่เธอจะขึ้นรถ
“ตา...คุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร คุณทำเพื่อแก้แค้นส่วนตัวของคุณเท่านั้นหรือ”
“มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่มันคือเรื่องของครอบครัวเลยล่ะ ทั้งพ่อแม่ พี่...น้องของฉัน”
“อย่าลืมนะว่าคุณเองก็ผิดที่เริ่มกับอาภพก่อน เมื่อได้บทเรียนแล้วคุณกลับไม่สำนึก ยังสานต่อมาอีก”
“ตาคงอ่อนต่อโลกเกินไปมั้งคะ”
“ถึงเวลาแล้วสินะ ที่คุณกับฉันจะต้องเลิกเป็นเพื่อน...และกลายเป็นศัตรูกันสักที”
“ไม่หรอก...ผมยังเป็นเพื่อนคุณอยู่...เลิกเถอะนะตา”
“ลองไปถามอาหญิงของคุณดูละกัน ถ้ายังจองล้างฉันด้วยไอ้มือปืนที่จะจ่อยิงฉันอย่างเผาขนอย่างคืนนั้นอีก ฉันไม่มีวันเลิกรากับผัวของหล่อนเด็ดขาด”
มุนินทร์ขับรถออกไปแล้ว วีกิจมองตาม อึ้งเรื่องมือปืน ถอนใจหนักๆ อย่างเหนื่อยใจ
ooooooo
นพนภานอนให้สร้อยคำปฐมพยาบาล ตัดพ้อต่อว่าผัวด้วยความคับแค้นใจ ต้องเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้พ่อ หมั่นไส้แม่ แกล้งบอกให้มาดูรอยลิปสติกบนเสื้อพ่อ นพนภาผวา สร้อยคำส่งสายตาปรามอย่างขอร้อง ต้องยอมสงบศึกกลับขึ้นห้อง วีกิจจะพยุงอาชายขึ้นห้อง นพนภาห้ามไว้ วีกิจมองดูเจนภพด้วยความสังเวชใจ
วีกิจเดินหน้าเศร้ากลับมาบ้านพร้อมสร้อยคำ บ่นกับแม่อย่างสะเทือนใจเรื่องมุตตา สร้อยคำไม่อยากเชื่อว่าหญิงสาวจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ถอนใจเบาๆ นึกเวทนาทั้งเจนภพกับมุตตา
ขณะที่เจนภพหลับใหลไม่ได้สติไปแล้ว สรรค์ยังเริงร่ากับสาวๆที่ผับ แอ๋วตามไปจับผิดผัว แกล้งโทร.เข้ามือถือ สรรค์ใช้มุกเดิม เปิดโปรแกรมเปลี่ยนเสียงแบ็กกราวนด์หลอกเมียว่าอยู่ในห้องสวดมนต์ เหล่มองสาวๆ เต้นรำไปด้วยอย่างเพลิดเพลิน แอ๋วก้าวมายืนจังก้าจ้องหน้าผัว สรรค์ตกใจสุดขีด ยืนตะลึงแทบฉี่ราด สาวๆในผับส่งเสียงร้องเรียกสรรค์ให้ออกไปสนุกด้วยกัน มองแอ๋วด้วยสายตายิ้มเยาะ
“พี่ชื่อแอ๋วใช่ไหมคะ ความจริงพวกหนูก็ชื่ออื่น แต่พี่เขาเรียกทุกคนว่าแอ๋วค่ะ เผื่อหลุดปาก คุณพี่จะได้ไม่รู้”
“อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง”
สรรค์จะย่องหนีชะงักกึก แอ๋วแสยะยิ้ม กระชากหูผัวกลับมา คว้าไม้พาย เงื้อมือขึ้น สรรค์ตาโตหน้าซีด...
เช้าวันรุ่งขึ้น...ลูกๆทั้งสามไปโรงเรียนหมดแล้ว นพนภาขอบตาคล้ำ ยืนมองผัวด้วยความเจ็บปวด เจนภพรู้สึกตัว ปวดหัวแทบจะระเบิด ขยับตัวเห็นเมียนั่งมองอยู่ ร้องขอยาแก้ปวด เขามองดูรอบตัวงงๆ พยายามทบทวนความจำ นพนภาแกล้งถามเสียงเยาะว่าไปเมากับใคร เจนภพโกหกหน้าตายว่าไปกับสรรค์ นพนภาเหยียดยิ้ม
“อ้าว...คุณสรรค์ไปมาเก๊าไม่ใช่เหรอ ตอนนี้คงไปล่องเรือกอนโดล่าอยู่ที่เวนิสเชียนเรียบร้อยแล้ว...รู้ไว้ซะ ตอนนี้ไอ้เพื่อนกะล่อนของคุณเข้าโรงพยาบาลไปแล้ว ยายแอ๋วเอาไม้พายฟาดได้เลือดหัวออกมาลิตรหนึ่ง”
เจนภพอ้าปากค้าง สมองยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเพราะยังเมาค้าง นพนภามองผัวอย่างสมเพช
“คราวหลังจะตอแหลก็ให้มันเนียนหน่อย ไง...ไปสำเริงสำราญกับอีมุตตา โดนมันกรอกเข้าไปกี่ขนานล่ะ ถึงได้เมาเป็นหมาขนาดนี้”
“มุตตามาเกี่ยวอะไรด้วย ก็รู้อยู่ว่าเขากลับไปต่างจังหวัดแล้ว”
“อ๋อ...แล้วเมื่อคืนนี้มันใคร ผีอีมุตตาหรือไง...เมื่อคืนมันมาที่นี่ ประกาศตัวว่าเป็นเมียคุณ แต่งเนื้อแต่งตัวยิ่งกว่าอีตัว ขับรถสปอร์ตรุ่นเมียน้อย อยากรู้นักว่าเอาเงินที่ไหนไปบำรุงบำเรอมัน...หรือว่าเงินใต้โต๊ะ”
เจนภพหน้าเจื่อน ตะโกนโหวกเหวกกลบเกลื่อนบอกว่าไม่เคยมีและไม่มีให้ นพนภาจ้องผัวอย่างเหลืออด
“อ๋อ...แปลว่ามันรักคุณก็เลยแบให้ฟรีๆ มันยังสาวยังสวย คิดหรือว่ามันจะมารักคนแก่ คุณน่ะเหี่ยวลงทุกวัน จะมีอะไรมัดใจมันได้...นอกจากเงิน”
เจนภพขบกรามแน่นที่โดนข่มและหยามแบบไม่ไว้หน้า นพนภาถลึงตาใส่ผัว ก้าวเข้ามาชิดอย่างไม่กลัว
“นังพวกนี้มันดูดเลือดดูดเงินเหมือนปลิง พอแห้งหมดตัว มันก็ถีบหัวส่ง ไปหาไอ้แก่หน้าโง่คนใหม่”
เจนภพตะโกนบอกให้เมียหยุดพล่าม เดินหนีขึ้นบันได นพนภาไม่หยุด ตามไปทุบตีทำร้ายผัวด้วยความแค้นใจ เจนภพสะบัดหลบ เผลอตัวผลักเมียล้มลงไปก้นกระแทกพื้น ตกใจนิดหน่อยแต่ไม่คิดจะมาดู นพนภาร้องกรี๊ดเจ็บใจ
เจนภพกลับขึ้นไปอาบน้ำที่ห้อง นึกถึงคำพูดของมุตตาเรื่องใบหย่าและอิริยาบถยั่วยวนต่างๆ อย่างร้อนรุ่ม เขาพยายามไล่ภาพเหล่านั้นออกจากสมอง...แต่มันก็ไม่ยอมออกไปสักที!
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น...มุนินทร์เริ่มแผนแก้เผ็ดเมียหลวงขั้นต่อไปด้วยการตามนพนภาไปที่สปาหรู หญิงสาวใช้บัตรทองที่แอบขโมยจากเจนภพตอนที่มอมเหล้าเขาเพื่อใช้บริการ
นพนภานอนหลับตาอย่างผ่อนคลายในอ่าง
จากุชชี พยายามลืมเรื่องผัวที่ก่อแต่เรื่องยุ่งยากใจให้กับเธอ สักครู่รู้สึกเหมือนมีคนเดินเข้ามาใกล้ นึกว่าเป็นพนักงานสปา
“ขอฉันพักหน่อยนะ เดี๋ยวเธอค่อยกลับมาละกัน”
“ไม่ได้มั้งคะคุณนภา เพราะเวลาฉันมีจำกัด”
นพนภาลืมตาโพลง จำเสียงนี้ได้ขึ้นใจ มุนินทร์นั่งมองอยู่ที่ขอบอ่างยิ้มๆ แววตาแข็งกร้าว
“จุ๊ๆ อย่าเสียงดังไปค่ะ แล้วก็อย่าหยาบด้วย สปานี้ สำหรับผู้ดี ขืนสบถออกมาแรงๆ เดี๋ยวความจะแตกว่ากำพืดเดิมเป็นแม่ค้า”
นพนภาเลือดขึ้นหน้า สาดน้ำใส่หน้าหญิงสาว มุนินทร์หยิบเครื่องเป่าผมขึ้นมา เปิดเครื่องแล้วทำท่าเหมือนจะหย่อนลงไปในอ่าง นพนภานิ่งตะลึง ร้องห้ามเสียงหลง มุนินทร์ยิ้มเยาะ ปิดเครื่อง
“เข้าใจหรือยังคะว่าภาวะคนจนมุมมันเป็นยังไง คุณไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะบงการชะตาชีวิตใครๆ ได้ตลอดเวลาหรอก โดยเฉพาะที่สั่งไอ้มือปืนนั่นไปข่มขู่ฉัน... ตอนนี้ถึงเวลาที่ฉันจะขอคืนบ้าง”
มุนินทร์ตั้งท่าจะหย่อนเครื่องเป่าผมลงไปใหม่ นพนภาผวาร้องห้าม
“อ้อ...ขอร้องอ้อนวอนเป็นเหมือนกันเหรอคะ ฝึกไว้เถอะค่ะ โดยเฉพาะร้องขอชีวิต เพราะคุณต้องชดใช้ให้กับชีวิตที่ดับสูญไปแล้วชีวิตหนึ่ง”
“ดับสูญอะไร ไม่ต้องมาเล่นลิ้น หล่อนหมายถึงใคร”
“ตาไงคะ...ชีวิตตาดับสูญไปแล้ว ตั้งแต่วันที่
คุณกระชากสร้อยเส้นนั้นจากคอ หยามตาต่อหน้าคนทั้งกระทรวง”
“ไม่ต้องมาดัดจริตเรียกชื่อตัวเองกับฉัน สร้อยนั่นเป็นของฉัน แกหลอกล่อให้ผัวฉันขโมยไปให้แก ก็สมควรโดนแบบนี้แล้วนี่”
“ตาไม่เคยทำอะไรต่ำทรามอย่างนั้น พูดถึงผัวคุณ...ไงคะ เขาฟื้นหรือยัง...สามีของเรา”
นพนภาเดือดจัด ตะโกนด่าหญิงสาวเสียๆ หายๆ ถามว่าจะเอาเท่าไหร่ให้ออกไปจากชีวิตเธอกับผัว
“ฉันไม่ต้องการเงินโสโครกของคุณ แค่อยากมาฝากบอกสามีคุณว่า อย่าลืมที่เราตกลงกันไว้”
“เขาไปตกลงอะไรกับแก”
“ข้อตกลงก็คือ ถ้าเขาอยากขึ้นเตียงกับฉัน ก็เอาใบหย่ามาให้ฉันดูก่อน”
“อีร่าน อีสิ้นคิด สันดานชอบแย่งผัวคนอื่น”
“ฉันจะถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกัน ช่วงนี้อยู่ว่างๆ ซ้อมเซ็นชื่อไว้นะคะ เวลาใบหย่ามาจะได้เซ็นได้คล่องๆ”
นพนภาโกรธจนลืมตัวโผเข้าไปยื้อแย่งเครื่องเป่าผมจากมือหญิงสาว มุนินทร์ผลักนพนภากลับลงไปในอ่างกดเปิดเครื่องแล้วหย่อนลงในน้ำทันที นพนภากรีดร้องอย่างบ้าคลั่งด้วยความกลัวตาย มุนินทร์เหยียดยิ้ม หมุนตัวเดินออกไป สวนกับพนักงานสปาสองสาวที่วิ่งหน้าตื่นตามเสียงร้องของนพนภา
พนักงานสองสาวเข้ามาในห้องจากุชชี เห็นนพนภากรีดร้อง ตะโกนโหวกเหวกขอความช่วยเหลืออย่างหมดสภาพ ทั้งสองรีบไปถอดปลั๊กแต่พบว่าปลั๊กไม่ได้เสียบ นพนภายังร้องโหยหวนจนเป็นลมพับไป สองสาวเข้ามาดูอาการ เขย่าตัวให้ฟื้น นพนภาสะดุ้ง ลูบคลำตัวเองอย่างตื่นๆ อุปาทานว่าเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งร่าง สองสาวพยายามปลอบ บอกว่าไฟไม่ได้ดูดเพราะเครื่องเป่าไม่ได้ เสียบปลั๊ก นพนภาไม่เชื่อ สองสาวเลยโชว์ถ่านที่อยู่ในเครื่องเป่าผม นพนภาหน้าแตก แค้นมุตตาเหลือจะบรรยาย รีบบอกให้สองสาวพยุงเธอออกไป
หลังเปลี่ยนเสื้อผ้า...นพนภาโวยวายกับพนักงานและครูฝึกที่ปล่อยให้มุตตาเข้ามาลอบทำร้ายตน ครูฝึกชายยื่นบัตรทองให้ดู บอกว่าเป็นบัตรของเจนภพที่หญิงสาวนำมาแสดงเพื่อขอใช้บริการ นพนภาหน้าเหวอ ครูฝึกยังส่งกระดาษโน้ตเล็กๆที่หญิงสาวฝากไว้ให้อีก นพนภาคลี่ออกอ่าน
“อย่าลืมใบหย่านะคะ คุณนายโบท็อกซ์”
นพนภาตาลุกโพลง ขยำกระดาษกำไว้ในมือ เหวี่ยงพนักงานสปากับครูฝึกอีกชุดใหญ่ก่อนเดินฉับๆ ออกไป สวนกับวีกิจที่ลานจอดรถ รีบฟ้องหลานชายเรื่องมุตตาบุกเข้ามาขู่ทำร้ายเธอถึงในสปา พร้อมยื่นกระดาษโน้ตให้เขาดู วีกิจอึ้งกับพฤติกรรมตอบโต้อย่างบ้าระห่ำของหญิงสาว นพนภามองหน้าหลานนิ่ง พูดเสียงเคร่ง
“อาจะไปถามภพให้รู้เรื่อง ถ้ามันทำถึงขนาดนี้ อาไม่เอามันไว้แน่”
“อานภาจะทำอะไรครับ จะจ้างมือปืนมายิงมุตตาอย่างที่เคยทำหรือครับ”
นพนภาพาลเคืองหลาน คิดว่าเขาก็เข้าข้างมุตตา ผลุนผลันขับรถออกไปด้วยใจอันเดือดพล่าน
ooooooo
นพนภาร้อนรุ่มอยู่ในอกเหมือนมีไฟแผดเผา บึ่งรถกลับบ้านอย่างร้อนใจ อยากรู้ความจริงจากปากผัว เจนภพกำลังจะทานมื้อสาย นพนภาพรวดเข้ามาปัดจานชามกระเด็น อาละวาดผัวใหญ่โตเรื่องจะขอหย่ากับเธอ เจนภพหน้าเหวอ ชักโมโหที่โดนเมียหาเรื่องไม่หยุดตั้งแต่เช้า ปฏิเสธข้อกล่าวหาเสียงเครียด นพนภาส่ายหน้าไม่เชื่อ
“ถ้าไม่เคยพูด แล้วนังมุตตาจะกล้ามาทวงใบหย่ากับฉันหรือ คุณต้องเลิกกับมันตั้งแต่เดี๋ยวนี้”
“ผมบอกคุณตั้งร้อยหนแล้ว เด็กคนนี้แค่ของเล่น ผมเลิกแน่ แต่ขอเวลาให้มันค่อยเป็นค่อยไปหน่อย”
“แปลว่าคุณเลิกกับมันไม่ได้ นี่หลงมันขนาดนี้เชียวเหรอ ใช่สิ...มันตบฉันก็ยังไม่มีปัญญาจะทำอะไรมันได้ หลงมันนัก...ก็เลิกกับฉัน หย่ากับฉันให้รู้แล้วรู้รอด ฉันจะไม่ขอทนแล้ว กล้าไหมล่ะ...หย่ากับฉัน”
“นี่...ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยนะ...นภา”
“ไม่คิดแต่ทำไมคุณทำ คุณทำร้ายจิตใจฉัน
มากี่ร้อยกี่พันหนแล้ว...กับไอ้ตัณหาราคะหน้ามืดของคุณ”
นพนภาโกรธจนตัวสั่น โผเข้ารัวกำปั้นทุบตีผัวด้วยความอัดอั้น เจนภพร้องห้าม เบี่ยงตัวหลบพัลวัน
“ฉันมันบ้า แต่คุณก็เป็นไอ้บ้ากาม ผมสองสีแล้วยังตัณหากลับ สันดานเพศผู้!”
“นี่อย่าให้มันมากเกินไปนะ...นภา”
“จะทำไมฉัน นี่แน่ะ...ฉันมันโง่เองที่ไม่เคยเช็กประวัติพวกตระกูลคุณ ว่ามันมากผัวมากเมียกันทั้งโคตร!”
เจนภพตาวาว โมโหที่เมียลามปามถึงบุพการี สะบัดมือฟาดหน้าเมียไปเต็มแรง นพนภากระเด็นตามแรงเหวี่ยง ล้มลงไปกองที่พื้น มองผัวอย่างไม่เชื่อ เจนภพก้าวมายืนค้ำ ชี้หน้ามือสั่น
“อย่าลามปามเกินไปนัก ผมอดทนให้หลายครั้งแล้วนะ”
เจนภพผลุนผลันออกไป นพนภากรีดร้องโหยหวนอย่างลืมอาย เจ็บใจที่ผัวทำร้ายตน...
ด้านมุนินทร์มาทำงานเป็นปกติหลังออกจากสปา หญิงสาวใคร่ครวญถึงเรื่องที่ตัวเองทำเพื่อล้างแค้นนพนภา คิดถึงคำพูดและแววตาผิดหวังของวีกิจ ถอนใจยาวด้วยความหนักใจและรู้สึกผิด ณัฐดนัยกับลูกศรแวะมาหา ซักไซ้เรื่องที่ให้เล่นละครตบตาวีกิจกับกริบเมื่อหลายวันก่อน แต่มุนินทร์ยังปากแข็งไม่ยอมเล่าอะไร...
นพนภาแบกร่างสะบักสะบอมไปปรับทุกข์กับสร้อยคำ น้ำตาไหลรินอย่างสุดกลั้นเมื่อเล่าเรื่องผัว สร้อยคำวางมือบนหลังมือนพนภาอย่างปลอบใจ มองน้องสะใภ้อย่างเห็นใจและสงสาร
“โธ่เอ๋ยคุณนภา...เด็กนั่นทั้งสาวทั้งสวย คุณภพก็หลงไปชั่วครั้งชั่วคราว ไม่จริงจังอะไรหรอก คุณก็รู้... เขามีแล้วเลิกมากี่คนแล้ว...สิบคนได้ไหม”
“ไม่ใช่สิบค่ะ อีแม่ชีวิมาลานั่นยี่สิบสาม อีมุตตานี่ยี่สิบสี่”
“นั่นปะไร อีกหน่อยก็เลิกแบบรายอื่น”
“แต่อีนี่มันเอาจริงค่ะ แต่ก่อนมันหงิมๆ คิดว่าไม่เท่าไหร่ แต่กลับมาคราวนี้มันยิ่งกว่า เอ่อ...อีตัว มันตั้งใจจะจับภพจริงๆ ไม่งั้นมันจะกล้าตบหนู กล้าบุกบ้านเรา กล้าขอให้ภพหย่ากับหนูเหรอคะ”
นพนภาโชว์รอยช้ำจากการล้มเพราะโดนเจนภพตบ สร้อยคำโกรธแทน นพนภาหน้าเจื่อน แก้ตัวแทนผัวเสียงอ่อนว่าเขาทำเพราะหลงผิด...หลงเมียน้อยจนลืมตัว สร้อยคำมองด้วยความเวทนา...น่าสมเพชทั้งผัวทั้งเมีย!
ด้านวีกิจมาทำงานด้วยอาการเหม่อลอย คิดกังวลเรื่องมุตตา ประสิทธิ์ชัยขอยืมเงินเพื่อนไปหมุนเพราะหนี้บัตรเครดิตเกินงบ เขาเห็นเพื่อนหน้าเศร้า เดาว่าเป็นเรื่องของมุตตา พยายามพูดให้ถอนตัว วีกิจนิ่งฟังแต่ไม่พูดอะไร...
ขณะที่พ่อกับแม่มีเรื่องทะเลาะไม่เว้นแต่ละวัน ต้องก็มีปัญหาอยากเลิกยา เธอลองไปหาแม่แล้วก็เปลี่ยนใจเพราะไม่แน่ใจว่าแม่จะรับได้ ตัดสินใจพูด กับพ่อแต่ไม่ได้เรื่องเพราะพ่อมัวแต่หมกมุ่นเรื่องเมียน้อย ต้องเซ็งเดินออกจากบ้าน สวนกับวีกิจ ชายหนุ่ม บอกอย่างหวังดีให้น้องติดรถไปด้วย ต้องยืนเหม่อ เขาถามน้องอย่างเป็นห่วง
“ต้องสบายดีค่ะพี่กิจ อ้อ...เดี๋ยวพ่อเขาจะออกไปข้างนอกเหมือนกัน พี่กิจติดรถพ่อไปที่ยิมก็ได้นี่คะ”
“อะไรกัน ทำไมต้องให้พี่ไปนั่งรถกับพ่อเราด้วย”
“ก็จะได้คุยกันเรื่องยายเมียน้อยมุตตาไงคะ จะแบ่งสัดส่วนกันยังไงให้ลงตัว...พ่อเขานัดยายมุตตาไว้ วันนี้คงเป็นวันของอา...ไม่ใช่ของหลาน”
ด้านนพนภาเห็นผัวแต่งตัวอย่างพิถีพิถันเตรียมออกไปข้างนอก นึกรู้ว่าจะออกไปหาเมียน้อย รีบ
โทร.บอกประพงส์ให้ส่งคนตามประกบ บอกว่าถ้าเจอ มุตตาก็ให้ช่วยจัดการให้เสียโฉม แล้วกดวางสาย แสยะ ยิ้มเหี้ยม
วีกิจครุ่นคิดเรื่องที่ต้องบอกอย่างหนักใจ รีบออกรถไปดักรอเจนภพ มัวแต่ขับตามจนไม่ทันระวัง เกือบชนกับมอเตอร์ไซค์ของปุ๊ มือปืนของประพงส์ ปุ๊แฉลบรถข้างทาง หันมองหน้าวีกิจผ่านหมวกกันน็อกแล้วขับออกไป วีกิจไม่คิดอะไรรีบขับตามเจนภพต่อ
ooooooo
The Ultimate Guide to Casino | JTG Hub
ตอบลบThe Ultimate Guide 광양 출장안마 to 이천 출장마사지 Casino 의왕 출장마사지 | หาเงินออนไลน์ JTG 부산광역 출장안마 Hub